รีวิว Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา (2008)

Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา” เป็นหนังเก่าพี่เพิ่งเข้ามาใหม่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา Netflix ขนหนังเก่าๆหนังใหม่ๆเข้ามาเพียบเลย ครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะดูอะไรดีก็เลยหยิบหนังเก่าอย่างเรื่องนี้มาดู ปรากฏว่ามันก็สนุกใช้ได้เลยทีเดียว ก็เลยอยากแนะนำเพื่อนๆให้มาดูกันครับ

เรื่องย่อ เป็นเรื่องราวของยิปมันช่วงวัยกลางคน รับบทโดย (Donnie Yen) เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับภรรยาและลูกของเขาในบ้านหลังใหญ่ ไม่คุยโว โอ้อวด ไม่รับลูกศิษย์ แต่ก็มียอดฝีมือมาท้าประลองบ่อยครั้งและทุกครั้งเขาก็ชนะตลอด จนเป็นที่ล่ำลือไปทั่ว ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้เข้ามารุกรานและกดขี่ชาวจีน และนี่เป็นเรื่องราวของเขาที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของชาวจีนนั่นเอง

คำเตือน!! บทความต่อไปนี้อาจมีสปอย แต่ไม่ทำให้หนังสนุกน้อยลงแน่นอน

Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา (2008)
Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา (2008)

Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิปตา เป็นภาพยนตร์ที่หยิบเอาเรื่องจริงบางส่วนของ ยิปมัน มาถ่ายทอดให้คนได้รู้จักเขามากขึ้น ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำฉากต่อสู้ได้สมจริงมากๆ รู้สึกได้ว่ามันเหมือนต่อสู้กันจริงๆ หากคุณเป็นแฟนมวยจีนก็ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ครับ

คนจริงไม่พูดเยอะเจ็บคอ ในหนังเรื่องนี้เราจะสังเกตุเห็นได้ว่า ยิปมัน นั้นเป็นคนที่ค่อนข้างถ่อมตนเขามักไม่พูดมากกับความเก่งกาจของเขา แต่ทุกเขาที่เขาสู้เขาก็จะได้รับชัยชนะอยู่เสมอ โดยช่วงแรกๆของหนังเราจะได้เห็นท่าทางการต่อสู้ของมวยจีนหวิงชุน ที่ลีลาการต่อสู้นั้นเรียกว่าสวยงามและไหลลื่นมากๆ

ฉากต่างๆ พูดถึงฉากต่อสู้กันก่อนผมรู้สึกชื่นชอบฉากต่อสู้ของเรื่องนี้มากๆ ทั้งเสียง ทั้งท่าทางมันดูสวยงามและไหลลื่นให้ความรู้สึกว่าพวกเขานั้นสู้กันจริงๆ และอีกสิ่งนึงที่ไม่เอ่ยถึงก็คงจะไมได้ก็คือธีมของหนังที่สื่อให้เห็นถึงประเทศจีนแบบสมัยเก่าๆ มันดูสมจริงอย่างบอกไม่ถูก

เนื้อเรื่อง หากพูดถึงเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ก็พูดได้เลยว่าทำออกมาได้ลุ้น น่าติตตามเป็นอย่างมาก ซึ่งในขณะที่ดูนั้นผมออกตัวก่อนเลยว่ารู้สึกเชียร์ยิปมันอยู่ตลอดเวลา การต่อสู้แต่ละครั้งของเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นสเน่ห์เลยก็ว่าได้ ต้องขอชื่นชมนักแสดงอย่าง Donnie Yen ที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้สุดยอดมากๆ

สรุป เป็นหนังมวยจีนที่สุดยอดเลย ถึงแม้เนื้อเรื่องจะเดาง่ายไปหน่อย แต่มันก็รู้สึกสนุกและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้น หนัง 1 ชั่วโมงกับอีก 46 นาทีเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

#ดูทั้งวัน ขอมอบคะแนนให้ 8 คะแนนเต็ม 10 ครับ