รีวิว The Umbrella Academy ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

ก่อนอื่นต้องกราบสวัสดีทุกคนกันก่อนนะครับ ที่หายหน้าหายตาไปหลายวันนั้นไม่ได้แอบไปเที่ยงไหนแต่อย่างใด แต่บังเอิญว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืนครับ หลังจากออกมาก็ได้หยิบ ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ มาดูเป็นเรื่องแรกเลยปรากฏว่าถูกใจมากๆครับเหมาะสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน

เรื่องย่อ เรื่องราวของเด็กที่มีพรสรรค์พิเศษทั้ง 7 ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงใน The Umbrella Academy พ่อของพวกเขาได้ฝึกพลังพิเศษเหล่านั้นเพื่อให้พวกเขาได้ใช้พลังปกป้องโลกจากภัยอันตราย แต่ทว่าพวกเขาก็ค่อยๆแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเอง และเมื่อพ่อของพวกเขาเสียชีวิตพวกเขาจึงจำเป็นต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

คำเตือน!! บทความต่อไปนี้อาจมีสปอย แต่ไม่ทำให้หนังสนุกน้อยลงแน่นอน

The Umbrella Academy ซีรีส์พูดถึงพี่น้องตระกูลฮาร์กรีฟส์ที่ห่างเหินกันไปนาน ได้กลับมารวมตัวอีกครั้งแบบไม่ตั้งใจในงานศพพ่อของพวกเขา ซึ่งในซีรีส์เราจะดูออกเลยว่าแต่ละคนนั้นไม่ค่อยลงรอยกันนักจากบทสนทนาหรือจากการกระทำต่างๆ ซึ่งในช่วงแรกๆของซีรีส์เราจะได้เห็นการสืบหาว่าทำไมพ่อของพวกเขาถึงตายพร้อมทั้งอธิบายความเป็นมาต่างๆของแต่ละตัวละครให้เราได้เขาใจว่า แต่ละตัวละครนั้นเป็นใครและสามารถทำอะไรได้ โดยซีรีส์จะค่อยๆเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไปอย่างช้าๆ ไม่ได้รีบร้อนมากนัก ซึ่งเชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยชอบซีรีส์ที่เล่าเรื่องช้าๆแบบนี้ แต่สำหรับผมมันดีมากเพราะเราจะสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆได้สมบูรณ์นั่นเอง

วันสิ้นโลก ซีรีส์ได้พูดถึงวันสิ้นโลกให้เรารู้ในช่วงๆแรกๆ และระหว่างที่ซีรีส์เล่าเรื่องราวของแต่ละคนก็ได้เหล่าเหตุการณ์ที่โลกกำลังจะดับสูญให้คนดูได้ลุ้นเพิ่มอีกเรื่องด้วย โดยคนที่รู้เรื่องนี้เป็นคนแรกก็คือหมายเลข 5 ผู้ที่สามารถย้อนเวลาไปมาได้นั่นเอง

ความสนุกค่อยๆก่อตัว เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆ ทำให้ความสนุกนั้นค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อยและซีรีส์ค่อยๆเฉลยปริศนาต่างๆและสร้างปริศนาใหม่ให้คนดูได้ลุ้นกันอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นซีรีส์ก็ยังไม่ได้รีบเร่งอะไรมากนักค่อยๆดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ กว่าเนื้อเรื่องหลักจะเปิดเผยก็เกือบจะครึ่งซีซั่นแล้ว

ตัวละคร พูดถึงตัวละครทั้ง 7 ในซีรีส์นี้ ต้องบอกเลยว่าตัวละครแต่ละตัวนั้นมีมิติของตัวเองที่โดดเด่นไปคนละอย่าง โดนทุกๆอย่างในตัวละครนั้นมีที่มาที่ไปมีเหตุผลรองรับแทบทั้งหมด เรียกได้ว่าถ้าดูจบครบ 10 ตอนก็จะหายสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆของตัวละครได้เลย ผมจะขอยกตัวอย่าง 1 ตัวละครที่ผมชอบก็แล้วกัน เคลาส์หรือหมายเลข 4 เนื่องจากตัวละครนี้สามารถติดต่อกับวิญญาณหรือคนที่ตายไปแล้วได้ในช่วงแรกๆเราจะเห็นว่าเขานั้นเป็นคนที่ทำอะไรไม่ค่อยได้ ติดยา ซึ่งแน่นอนเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้เพราะเขาไม่อยากติดต่อกับวิญญาณนั้นเอง เมื่อเขาเมาเขาก็ไม่ต้องเห็นวิญญาณ เขาใช้วิธีนี้แก้ปัญหา จนในช่วงท้ายๆของซีรีส์เขาพยายามหยุดใช้ยา และควบคุมพลังในที่สุดเขาก็ทำได้ พลังของเขานั้นไม่แพ้พี่น้องคนอื่นๆเลย และตัวละครนี้ผ่านอะไรมาเยอะมากทีเดียว แต่ก็น้อยกว่าหมายเลข 5 ถ้านำไปเทียบ

ฉากต่อสู้ มาพูดถึงฉากต่อสู้กันบ้างซีรีส์เรื่องนี้ถือว่ามีฉากต่อสู้น้อยมากๆเมื่อเทียบกับเวลาทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าเพราะมันเป็นซีซั่นแรก ซีรีส์มันเลยพยายามปูพื้นฐานคนดูให้แน่นก่อน ก่อนที่ซีซั่นถัดไปจะเพิ่มเติมฉากต่อสู้ให้มากขึ้น แต่ในฉากต่อสู้ที่น้อยนิดนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเพราะการต่อสู้แต่ละฉากนั้นก็ทำออกมาได้ลุ้นดีทีเดียว โดยส่วนตัวชอบฉากต่อสู้ของ หมายเลข 5 ในร้านโดนัทมากๆ

มุขตลก ซีรีส์มีการแทรกมุขตลกให้คนดูได้ขำเหมือนกัน เพราะถ้าหากจะดาร์กอย่างเดียวคนดูก็คงจะหดหู่กันพอดี โดยเราจะได้เห็นฉากขำๆอยู่ไม่เยอะแต่ก็ไม่น้อย โดยฉากที่ผมชอบที่สุดคือ หมายเลข 1 ที่สู้กับ หมายเลข 5 แล้วบอกว่าฉันทำแบบนี้ได้ทั้งวัน เหมือนเป็นการล้อเลียน กัปตันอเมริกา จากค่าย Marvel ซึ่งมันทำให้ผมหลุดขำออกมาคนเดียวเลยละ

ตัวร้ายที่ไม่ได้อยากจะครองโลก ซีรีส์นี้มีตัวร้ายหลักๆอยู่ 3 ตัวละคร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวละครจากองค์กรหนึ่งที่คอยดูให้สิ่งต่างๆนั้นเกิดขึ้นตามที่มันควรจะเกิด ซึ่งองค์กรนี้ได้ส่งนักฆ่ามาตามล่า หมายเลข 5 ซึ่งเขาก็เคยเป็นอดีตสมาชิกในองค์กรนี้เช่นกัน หากสงสัยว่าทำไมต้องตามฆ่าหมายเลข 5 เพราะหมายเลข 5 กำลังจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของโลกนั้นเอง

สรุป เป็นซีรีส์สายดาร์กเน้นพูดคุยเป็นส่วนใหญ่ ดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆค่อยๆปล่อยความสนุกออกมาให้คนดูได้รับรู้ทีละนิด ฉากต่อสู้ไม่ค่อยเยอะ ซีซั่น 1 มีทั้งหมด 10 ตอน สามารถดูวันเดียวจบได้ ซึ่งผมอยากแนะนำให้ดูกันครับ สนุกมากๆเลยเรื่องนี้

#ดูทั้งวัน ขอมอบคะแนนให้ 9 คะแนนเต็ม 10 ครับ

ปล. สำหรับใครชอบแนว Superhero ผมก็อยากแนะนำให้ไปดู Titans ด้วยนะครับ