5 หนังน่าดูจาก Netflix ฉลองเทศกาล LGBTQ Pride

ในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี เรามักจะได้เห็นภาพความสนุกสนานของเทศกาล LGBTQ Pride ที่กลุ่มหนุ่มสาวพร้อมใจกันออกมาเดินพาเหรด พร้อมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสุดแฟนซี รวมถึงประดับตกแต่งบ้านเรือน และถนนด้วยธงสีรุ้ง เพื่อเฉลิมฉลองและต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ โดยล่าสุด ชาว LGBTQ ได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อสภาไต้หวันให้การรับรองร่างกฎหมายการแต่งงานเพศเดียวกันเป็นประเทศแรกในเอเชีย ดังนั้นสาวก Netflix ก็ไม่ควรพลาดกับการฉลองเทศกาลนี้

Netflix LGBTQ Pride จึงอยากจะขอแนะนำภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาของกลุ่ม LGBTQ

1. All in My Family

All in My Family
All in My Family

เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์สารคดีเรื่อง All in My Family ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของเฮา วู (Hao Wu) ผู้สร้างหนังชาวจีน เมื่อเขาตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปสร้างครอบครัวของตนเองในอเมริกา หลังจากที่พยายามต่อสู้เพื่อให้ครอบครัวยอมรับในความรักระหว่างเพศเดียวกัน

2. RuPaul’s DRAG RACE

RuPaul's DRAG RACE
RuPaul’s DRAG RACE

จากนั้นมาปั้นอารมณ์สนุกสนานและตกตะลึงไปกับความอลังการงานสร้างของเหล่าแดร็ก ควีน (Drag Queen) ในรายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง RuPaul’s DRAG RACE ที่ผู้เข้าแข่งขัน ทุกคนต่างงัดทุกกลเม็ดมาประชันความแซ่บและความสามารถในการแข่งขันประกวดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินแบบ ลิปซิงก์ เลียนแบบดาราเซเลบดัง ฯลฯ เพื่อเอาชนะใจ รูพอล (Rupaul) แดร็กควีนตัวแม่ และชิงเงินรางวัลถึง $100,000 ซึ่งใครจะได้ครองตำแหน่ง America’s Next Drag Superstar คนต่อไป มาร่วมลุ้นกัน

3. Special

Special
Special

สำหรับคอหนังแนวดราม่าที่มีกลิ่นอายของคอมเมดี้ ต้องไม่พลาด Special ซีรีส์ซึ้งกินใจที่จะละลายหัวใจคนดูไปกับเกย์หนุ่มที่มีความผิดปกติทางร่างกาย และเคยคิดจะแอบซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ จนกระทั่งเขาได้เรียนรู้และมีความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ ซีรีส์เรื่องนี้ได้นักแสดงหนุ่มมากความสามารถอย่าง ไรอัน โอคอนเนลล์ (Ryan O’Connell) ที่อำนวยการสร้างและรับบทแสดงนำในเรื่อง พร้อมขนทัพนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เจสสิก้า เฮชต์ (Jessica Hecht) และ ปูนัม พาเทล (Punam Patel) มาร่วมแสดงด้วยอีกด้วย

4. Call Me By Your Name

Call Me By Your Name
Call Me By Your Name

ต่อกันด้วยภาพยนตร์โรแมนติกตลอดกาล Call Me By Your Name ที่ชนะรางวัล Academy Award สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมมาแล้ว อีกทั้ง ทิโมธี ชาลาเม็ต (Timothee Chalamet) นักแสดงนำของเรื่องยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของเอลิโอ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองชนบทของอิตาลีกับครอบครัว และโอลิเวอร์หนุ่มหล่อผู้ช่วยของพ่อเขาที่มาทำวิจัยในช่วงฤดูร้อนปี 1983 ซึ่งนับวัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับมีความลึกซึ้ง และพัฒนาจนเรียกว่าความรัก

5. Tales of the City

Tales of the City
Tales of the City

ปิดท้ายด้วย Tales of the City ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดจาก Netflix ที่ถ่ายทอดชีวิตของ LGBTQ นำแสดงโดย ลอร่า ลินนีย์ (Laura Linney) ผ่านตัวละครที่มีชื่อว่า แมรี่ แอน ที่กลับบ้านมาจากซานฟรานซิสโกและเจอกับลูกสาว และไบรอันสามีเก่าอีกครั้งหลังจากทิ้งทั้งคู่ไปมุุ่งเอาดีในเรื่องงาน แมรี่ แอน หนีวิกฤตวัยกลางคนจากชีวิตสมบูรณ์แบบในคอนเนตทิคัตสู่อ้อมกอดของครอบครัวที่เธอเลือกแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับเข้าไปพัวพันกับสังคมของแอนนา มาดริกัล และบรรดาเพื่อนบ้านใน 28 บาร์บารี เลน ซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นจากหนังสือของอาร์มิสเตด เมาพิน (Armistead Maupin) นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน มาร่วมติดตามชีวิตของแม่รี่ แอน และให้กำลังใจเธอได้ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้